วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุได้กล่าว ถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจการจ้างสรุปได้ ดังนี้ คณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน และคณะกรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขั้นไป ควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับงานที่จ้างเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย ในทางปฏิบัติบางครั้งอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ดังกรณีที่หน่วยงานใดไม่มีบุคลากร ที่มีคุณวุฒิ ทางด้านงานก่อสร้าง เพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่ข้าราชการร่วม เป็นกรรมการตรวจการจ้างด้วยก็ได้ อีกทั้งได้รระบุหน้าที่ของ คณะกรรมการตรวจการจ้าง ไว้ดังนี้
1) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อม ที่ผู้ควบคุมงานรายงาน โดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญาทุกสัปดาห์ รวมทั้งรับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงาน หรือพักงานของผู้ควบคุมงานแล้วรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
2) การดำเนินการตาม (1) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาการช่างไม่น่าจะ เป็นไปได้ให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ โดยให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยน แปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาการช่าง เพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปราย การละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา
3) โดยปกติให้ตรวจผลงานของผู้รับจ้างส่งมอบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการได้ รับทราบการส่งมอบงาน และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด
4) เมื่อตรวจเห็นว่า ครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปและรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติทั้งหมด หรือเฉพาะงวด แล้วแต่กรณีโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย 2 ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ 1 ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเลิกจ่ายเงินจากคลังและรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบในกรณีที่เห็นว่า ผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี
5) ในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงาน โดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าส่วนในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงาน โดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าส่วน
นอกจากหน้าที่ที่ระบุไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ จะเป็นหน้าที่หลักของคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้ว จะต้องมีหน้าที่อีกหลายอย่างที่จะต้องปฏิบัติเพื่อให้การตรวจการจ้างงานก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพที่สุด อันได้แก่
1) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานราย งาน
2) พิจารณารายงานการสั่งหยุดงานหรือพักงานของผู้ควบคุมงาน แล้วรายงานให้ผู้ว่าจ้างเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
3) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาช่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้มีอำนาจสั่ง
เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควร โดยให้เป็นไปตามแบบรูปรายการและข้อกำหนดในสัญญา
4) ตามข้อ 3 ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตาม ให้หยุดงานนั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดแล้วแต่กรณีไว้ก่อน จนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่ง
5) หากมีปัญหาเกิดขึ้นในกรณีที่แบบรูปรายการละเอียดหรือข้อกำหนดในสัญญา ความขัดแย้งกันหรือเป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแก้งานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการและข้อกำหนดในสัญญาแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง ให้สั่งพักงานไว้ก่อนแล้วรายงานให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาต่อไป
6) เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน ให้ทำการตรวจรับ หากถูกต้องครบถ้วนตามแบบรูปรายการและข้อกำหนดในสัญญา ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานนั้น
7) กรรมการตรวจการจ้างจะเข้าไปตรวจงานได้ทุกเวลา ผู้รับจ้างจะต้องให้ความสะดวกในการตรวจงานเป็นอย่างดี หากมีงานใดที่ได้จัดทำไปโดยไม่ผ่านการตรวจอนุมัติของกรรมการตรวจการจ้าง กรรมการตรวจการจ้างมีอำนาจที่จะสั่งให้เปิดพิสูจน์เพื่อตรวจดูได้โดยฝ่ายผู้รับจ้างเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น